fbpx
//เคล็ดลับทาสีบ้านให้ประหยัดค่าไฟ แถมบ้านเย็น

เคล็ดลับทาสีบ้านให้ประหยัดค่าไฟ แถมบ้านเย็น

สรุปโดยเดลูต้า

  1. สีโทนเย็นไม่ได้เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิ และไม่ได้ช่วยให้บ้านเย็นเสมอไป
  2. สีโทนเย็นหรือโทนร้อน ไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุณหภูมิบ้าน แต่สิ่งสำคัญที่ส่งผลโดยตรง คือ ความอ่อนเข้มของสี
  3. การเลือกใช้สีโทนอ่อน ตอบโจทย์สำหรับบ้านที่ต้องการประหยัดค่าใช้ไฟฟ้า เพราะสีอ่อนมีคุณสมบัติช่วยสะท้อนแสง
  4. ปัจจุบันมีนวัตกรรมที่ช่วยให้สีมีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน ทำให้ไม่ว่าจะทาสีเข้ม หรือ สีอ่อน บ้านก็ยังคงเย็นได้เช่นกัน
  5. การปลูกต้นไม้รอบๆบ้าน ติดฉนวนกันความร้อน แสงจากธรรมาชาติ ถือเป็นปัจจัยที่ช่วยทำให้บ้านเย็นได้เช่นกัน

          บ้านสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เมื่อกลับมาจากการทำงานที่เหน็ดเหนื่อยในแต่ละวัน ก็อยากได้บรรยากาศในบ้านที่เย็นสบาย แต่บางครั้งสภาพอากาศก็ไม่เป็นใจ เดลูต้าเลยหาเคล็ดลับที่จะช่วยทำให้บ้านของคุณเย็นได้ ด้วยการทาสีบ้าน ซึ่งมันดีตรงที่ช่วยให้บ้านเย็น แถมค่าไฟก็ถูกลง จะเป็นเคล็ดลับอะไร ไปดูกันครับ

สีทาบ้านโทนเย็น ช่วยให้บ้านเย็นจริงหรือไม่ ?ทาสีบ้าน

           หลายๆคนเข้าใจผิดมาตลอดว่า “สีโทนเย็น” ทำให้ “บ้านเย็น” แต่ความจริงแล้ว สีโทนเย็นไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเย็นของบ้านแต่อย่างใด คำว่า “โทนเย็น” ในที่นี้หมายถึง มองไปแล้วให้ความรู้สึกเย็นตา โดยสีโทนเย็นจะสื่อถึงธรรมชาติ น้ำ ท้องฟ้า ต้นไม้ เช่น สีเขียว สีฟ้า และสีโทนร้อนสีถึงไฟ พระอาทิตย์ เช่น สีแดง สีส้ม ซึ่งเมื่อมองแล้วทั้ง 2 โทนจะให้ความรู้สึกต่างกัน สีโทนเย็นเมื่อมองไปแล้วรู้สึกสงบเย็น ส่วนสีโทนร้อนมองไปแล้วรู้สึกดุเดือด ร้อนแรง จึงสรุปได้ว่า สีโทนเย็น โทนร้อน ไม่ได้เกี่ยวกับอุณหภูมิในบ้าน นั่นเองครับ

ความเข้มและความอ่อนของสี ส่งผลต่ออุณหภูมิบ้าน

                สีโทนเย็นหรือสีโทนร้อน ไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุณหภูมิบ้าน แต่สิ่งสำคัญที่ส่งผลโดยตรง ก็คือ ความอ่อนเข้มของสี ยกตัวอย่าง บ้านที่ทาสีเขียวเข้ม ร้อนกว่าบ้านที่ทาด้วยสีเขียวอ่อน นั่นเป็นเพราะสีเขียวเข้มดูดซับความร้อนมากกว่าสีเขียวอ่อน หรือจะเปรียบเทียบให้เห็นกันชัดๆว่า สีโทนเย็น กับ โทนร้อน ส่งผลต่ออุณหภูมิในบ้านอย่างไร ยกตัวอย่าง สีน้ำเงินเข้ม (โทนเย็น) กับ สีเหลืองอ่อน (โทนร้อน) สุดท้ายเมื่อเราทาสีน้ำเงินเข้ม (โทนเย็น) บ้านก็ยังคงร้อนอยู่ดี เพราะ สีน้ำเงินเข้ม ดูดซับความร้อนมากกว่า สีเหลืองอ่อน นั่นเองครับ ที่เป็นเช่นนั้น เพราะ ความเข้มของสีมีผลต่อการดูดซับความร้อน สังเกตง่าย ๆ เมื่อเรายื่นที่ที่มีแสงแดดจ้า และมองไปที่วัตถุสีเข้มจะไม่รู้สึกแสบตามากนัก แต่หากมองไปยังวัตถุ ในโทนสีอ่อน ยิ่งอ่อนไปถึงจุดสีขาวจะยิ่งแสบตามากขึ้น เป็นเพราะสีอ่อนมีคุณสมบัติสะท้อนแสงออก เมื่อนำสีอ่อนมาใช้ทาสีบ้าน ก็เปรียบเสมือนเกราะป้องกันความร้อนให้สะท้อนออก นั่นเองครับ ดังนั้น หากคุณอยากมีบ้านที่อยู่แล้วเย็นสบาย ขอแนะนำให้เลือกใช้สีโทนอ่อนจะดีกว่า และสีที่สามารถสะท้อนความร้อนได้ดีที่สุด ก็คือ สีขาว นะครับ

ทาสีบ้าน

โทนสีอ่อน ช่วยประหยัดค่าไฟได้จริงหรือ ?

            วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะช่วยลดอุณหภูมิในบ้าน ให้ยั่งยืนและตลอดไปก็คือการเลือกใช้โทนสีอ่อน ตกแต่งบ้าน อย่างเช่น สีเขียวอ่อน สีฟ้า หรือสีขาว สีครีม ก็จะสามารถช่วยสะท้อนแสงได้ดี เป็นการช่วยประหยัดการใช้ไฟฟ้าเพื่อส่องแสงสว่างให้น้อยลง เพราะจากการศึกษาพบว่าพลังงาน ร้อยละ 25 ถูกนำไปใช้ในการเพิ่มแสงสว่างภายในบ้าน ดังนั้น การเลือกใช้สีโทนอ่อน จึงตอบโจทย์สำหรับบ้านที่ต้องการประหยัดค่าใช้ไฟฟ้า เพราะสีอ่อนมีคุณสมบัติช่วยสะท้อนแสง ทำให้ลดการใช้พลังงานจากแสงไฟ และสีอ่อนยังช่วยลดการทำงานของแอร์อีกด้วย เนื่องจากห้องที่มีสีเข้ม จะดูดซับความร้อนจากภายนอกเข้ามา เมื่อเปิดแอร์ เครื่องต้องทำงานหนัก ในการปรับอุณหภูมิ จึงใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้ หากใช้สีโทนอ่อน ยังส่งผลต่อความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย ทำให้รู้สึกสบายตา อบอุ่น แถมช่วยคลายเครียดได้อีกด้วยครับ

หากชอบสีเข้ม จะทำให้บ้านเย็นได้อย่างไร ?

           ความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนชอบสีเข้ม และไม่อยากนำสีอ่อนมาใช้ เพราะอาจดูซ้ำ จำเจ จึงเลือกใช้สีเข้มนำมาตกแต่งเพื่อให้บ้านดูโดดเด่น แตกต่าง ปัจจุบันจึงมีนวัตกรรมที่ช่วยให้สีมีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน ยกตัวอย่าง สีเดลต้า ชิลชิลด์ มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนได้มากกว่า 93 % และยังได้รับรองมาตรฐานจากกระทรวงอุตสาหกรรมว่าเป็นสีที่ลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ จึงช่วยทำให้ไม่ว่าจะทาสีเข้ม หรือ สีอ่อน บ้านของคุณก็ยังคงเย็นได้เช่นกัน

ทาสีบ้าน

ปัจจัยอื่นๆ นอกจากสีทาบ้าน ที่ช่วยทำให้บ้านเย็น

          นอกจากสีทาบ้านเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่ออุณหภูมิในบ้านแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆที่สามารถช่วยให้บ้านเย็น ควบคู่ไปกับการใช้สีทาบ้าน ดังนี้

  1. ปลูกต้นไม้รอบๆบ้าน

ต้นไม้ช่วยลดความร้อนและเพิ่มออกซิเจนในอากาศ ต้นไม้ใหญ่ 1 ต้น เทียบได้กับการมีเครื่องปรับอากาศขนาด 1 ตัน เลยทีเดียวครับ (เท่ากับ 12,000 BTU)  ดังนั้น หากปลูกต้นไม้ไว้รอบๆ บ้าน ก็จะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มแอร์ธรรมชาติ ให้บ้านเย็นสบาย

  1. แสงไฟและแสงธรรมชาติ

หลายๆบ้านตั้งใจออกแบบห้อง เพื่อเน้นความโปร่ง โล่งในเวลากลางวัน แต่พอถึงเวลากลางคืน กลับไม่สว่างเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่ก็ติดไฟแขวนบนฝ้าเพดานตั้งเยอะ อาจเป็นเพราะหลอดไฟแบบแขวนบนฝ้าเพดานอาจอยู่สูงเกินไป แนะนำว่า ควรเลือกใช้โคมไฟตั้งพื้นหรือตั้งโต๊ะเข้ามาช่วยเพิ่มความสว่าง นอกจากนี้ อาจใช้วิธีดึงแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้าน ด้วยการนำแผ่นโปร่งแสงมามุงหลังคาในส่วนที่ต้องการแสงในเวลากลางวัน เพื่อลดการใช้ไฟฟ้า แต่ควรระวังไม่นำไปใช้ในพื้นที่ที่โดนแดดโดยตรงเป็นเวลานาน เพราะจะกลายเป็นการสะสมความร้อนให้กับบ้าน

  1. ติดฉนวนกันความร้อนที่หลังคา

แนะนำให้ติดฉนวนที่หลังคา ถ้าคุณได้ติดตั้งฉนวนที่หลังคา บ้านก็เหมือนสวรรค์ เพราะฉนวนเป็นตัวช่วยกันความร้อน เป็นตัวป้องกันไม่ให้ความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน  นอกจากนี้ห้องไหนมีแอร์ อย่าลืม !! ติดฉนวนเช่นกัน เพื่อลดความร้อนในห้อง เพราะเมื่อไหร่ที่ห้องร้อน เวลาเราเปิดแอร์ มันจะทำงานหนักและทำให้เปลืองไฟได้

  1. พื้นที่หลังคาสีเขียว

บ้านที่มีดาดฟ้าจะสะสมความร้อนไว้มากกว่าบ้านที่ไม่มี การทำสวนบนดาดฟ้า ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะลดความร้อนสะสม เพราะตอนนี้มีเทคโนโลยีที่ทำให้การสร้างสวนบนดาดฟ้าง่ายยิ่งขึ้น ด้วยการใช้วัสดุที่เบาลง และยังดูแลรักษาง่าย ทำให้การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้านของคุณ ไม่ใช่เรื่องยาก

  1. กันสาดบังแดดที่หน้าต่าง

เพราะอุณหภูมิจากแดดที่เข้ามาภายในอาคารนั้น 65% มาจากทางหน้าต่างทางทิศใต้ และ 77% มาจากหน้าต่างทางทิศตะวันตก กันสาดจึงสามารถช่วยให้เราประหยัดพลังงานได้ถึง 26% ในช่วงที่อากาศร้อนนั่นเองครับ

            ถือเป็นเคล็ดลับการทาสีบ้านที่ช่วยให้บ้านของคุณเย็นสบาย แถมประหยัดค่าไฟได้อีกด้วย แนะนำให้ลองนำไปปรับใช้กันดูนะครับ สำหรับใครที่มีแพลนกำลังจะทาสีบ้าน อย่าลืมทำตามที่เดลูต้าแนะนำล่ะครับ หรือหากสายเกินที่แก้ ลองนำปัจจัยอื่นๆไปปรับปรุงบ้านเพิ่มเติมดูนะครับ

By |2020-05-14T09:53:13+00:00August 22nd, 2019|ประหยัดกว่า|0 Comments

Leave A Comment